วัยรุ่นอูกันดามีเพศสัมพันธ์น้อยลง

ประเทศอูกันดาได้ทำโครงการผลิตสื่อส่งเสริมการสื่อสารเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมา ชื่อว่า Straight Talk media program เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์ และอนามัยเจริญพันธุ์แก่เยาวชน ตั้งแต่ปี 2536 โครงการนี้ผลิตสื่อประเภทต่างๆ ได้แก่ รายการวิทยุหลากหลายภาษา คน เด็กผู้ชาย 1,021 คน  ที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี โดยเริ่มรวบรวมข้อมูลระหว่าง 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2548 ใน 6 อำเภอของอูกันดา ผลการประเมินพบว่าสื่อของโครงการถูกใช้อย่างแพร่หลาย
ผลการสำรวจระบุว่านักเรียนชั้นประถมและมัธยมต่างได้รับสื่ออย่างทั่วถึง ส่วนเด็กที่อยู่นอกระบบโรงเรียนได้รับประมาณ 56% เพราะว่าสื่อของโครงการใช้ภาษาท้องถิ่นด้วย ทำให้เข้าถึงเด็กจำนวนมาก หนังสือพิมพ์ภาษาต่างๆ สำหรับเด็กมัธยม และหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กระดับชั้นประถม นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมในโรงเรียนด้วยเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เป็นมิตรต่อเยาวชน

โครงการนี้ได้รับคำชมว่าเป็นโครงการสื่อที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับโครงการประเภทเดียวกัน แต่ยังคงมีคำถามว่า ข้อมูลเหล่านี้ไปถึงเยาวชนไหม และมีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมต่อเยาวชนหรือไม่? จึงมีการประเมินผลโครงการนี้ขึ้นครั้งแรก โดยองค์กรให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) สนับสนุนงบประมาณให้สภาประชากรประเมินผลโครงการในปี 2548-2549 การประเมินใช้วิธีการสัมภาษณ์เด็กผู้หญิง 1,019 แม้ว่าอูกันดาจะมีการสื่อสารกันหลายภาษา เกือบ 60% ของวัยรุ่นที่คุ้นเคยกับสื่อของโครงการดีตอบว่า พวกเขาเข้าใจว่าสื่อต้องการชี้ให้เห็นความสำคัญของการงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์  สนับสนุนแนวทางต่างๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ  เช่น งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ มีคู่คนเดียว ใช้ถุงยาง การตรวจเลือดโดยสมัครใจและรับคำปรึกษา และผลสำรวจยังชี้ว่า ยิ่งได้รับสื่อของโครงการมากเท่าไรก็ยิ่งมีความรู้ด้านอนามัยเจริญพันธุ์มากเท่านั้น”

วัยรุ่นมีกิจกรรมทางเพศน้อยลงและใช้ถุงยางมากขึ้น
เด็กผู้ชาย ที่ได้รับสื่อทั้ง 3 ประเภท มีแนวโน้มที่จะมีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าเด็กผู้ชายที่ไม่เคยได้รับสื่อเลยถึง 61%   38% ของเด็กผู้ชาย และ 41% ของเด็กผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลา 12 เดือนแล้วก่อนการสำรวจ  แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง  โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่ได้รับสื่อบ่อยๆ มีแนวโน้มจะงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าเด็กผู้ชายที่ไม่ได้รับสื่อ  และ 50% ของเด็กผู้หญิง และ 41% ของเด็กชายที่เคยมีเพศสัมพันธ์ตอบว่าได้ใช้ถุงยางในเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด ส่วนวัยรุ่นที่ได้รับสื่อครบทั้ง 3 ประเภท มีแนวโน้มที่จะรับการตรวจเลือดมากกว่าวัยรุ่นที่ไม่เคยได้รับสื่อ

คุยเรื่องเพศแบบเปิดใจ ช่วยสร้างความเสมอภาคทางเพศ
สำหรับวัยรุ่นหญิง การที่ได้รับสื่อที่ให้ข้อมูลเรื่องเพศตรงไปตรงมาทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น มองเห็นแง่มุมความเป็นธรรมระหว่างเพศมากขึ้น  และการมีคู่รัก ไม่ได้หมายถึงต้องมีเพศสัมพันธ์ด้วย ส่วนวัยรุ่นชาย การได้รับสื่อทำให้มีแนวโน้มจะลดกิจกรรมทางเพศลง งดเว้นการมีเซ็กส์ และจริงจังกับการสร้างสัมพันธภาพกับผู้หญิงมากขึ้น  ยิ่งกว่านั้น  วัยรุ่นทั้งหญิงและชายที่ได้รับสื่อครบทั้ง 3 ประเภท มีแนวโน้มที่จะ สื่อสารเรื่องสุขภาพทางเพศกับพ่อแม่มากกว่าวัยรุ่นที่ไม่เคยได้รับสื่อถึง 4 เท่า  การสำรวจพบว่า พ่อแม่  45% ต้องการให้ลูกๆ คุยกับพ่อหรือแม่ แต่อีก 55% ตอบว่าต้องการให้ลูกๆ หาข้อมูลจากแหล่งอื่นมากกว่า สะท้อนว่าพ่อแม่จำนวนมากต้องการความช่วยเหลือให้สามารถพูดคุยเรื่องเพศกับลูกได้อย่างสะดวกสบายใจมากขึ้น

แปลสรุปและเรียบเรียงจากจดหมายข่าว Population Briefs: Reports on Population Council Research ของสภาประชากร (Population Council) ฉบับเดือนสิงหาคม 2551

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s